17/06/2021

THAILAND DAILY

NEWSPAPER / MAGAZINE / PUBLISHER

รักสลด-หนุ่มขี้หึงแทงแฟนสาวดับคารถ-ก่อนรมควันตายตาม-ศพเน่าโชยกลิ่น

รักสลด หนุ่มขี้หึงแทงแฟนสาวดับคารถ ก่อนรมควันตายตาม ศพเน่าโชยกลิ่น



เกิดเหตุสลดที่เชียงใหม่ หนุ่มวัย 35 ใช้มีดแทงแฟนสาววัย 24 ปี ตายในรถเก๋ง ก่อนรมควันฆ่าตัวตายตาม พบข้อความเขียนหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งในหอพัก “เพราะรักจึงต้องฆ่า” ญาติเผยผู้ชายเป็นคนขี้หึง ส่วนฝ่ายหญิงหน้าตาดี ถูกขังไว้ในห้องไม่ยอมให้ออกไปใหน

บ่ายวันที่ 31 มีนาคม พันตำรวจเอกสุคนธ์ ศรีอรุณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรเชียงใหม่ พ.ต.ท.ศักราช สรรพาณิชย์ รอง ผกก.(สอบสวน) หน.งานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เขื่อนแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ช้างเผือก เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่ แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิรวมใจ อปพร.เชียงใหม่ ร่วมกันตรวจสอบศพผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์เก๋งสีแดง ที่จอดอยู่ภายในซอยย่านถนนโพธาราม ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ได้กลิ่นเหม็นโชยออกมาจากรถยนต์คันดังกล่าว

จากการตรวจสอบพบรถยนต์คันเกิดเหตุ เป็นรถเก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิแลนเซอร์ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน บริเวณกระจกด้านหน้า และด้านข้างรถถูกคลุมด้วยผ้าจากด้านนอก เพื่อไม่ให้มองเห็น ส่วนรถถูกล็อกจากด้านในเจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามใช้อุปกรณ์เปิดประตูรถอยู่นาน แต่ไม่สามารถเปิดได้ สุดท้ายต้องนำชะแลงมาทุบกระจกด้านหลังฝั่งคนขับ เพื่อปลดล็อกประตูจากด้านใน หลังเปิดประตูรถได้ เจ้าหน้าที่พบศพชายนอนเสียชีวิตขึ้นอืดอยู่ในรถ บริเวณที่นั่งคนขับพับเอนไปข้างหลัง สภาพไม่สวมเสื้อ สวมแต่กางเกงนอนขายาว

ส่วนภายในรถเจ้าหน้าที่พบหม้อหุงข้าวด้านในมีถ่านที่มอดแล้ววางอยู่บริเวณที่พักเท้าคนขับ ส่วนด้านข้างศพผู้ชาย มีกองผ้าห่ม และผ้าปูที่นอนม้วนอยู่ เมื่อแกะออกพบศพผู้หญิงสภาพศพขึ้นอืดเช่นกัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบขวดเบียร์วางอยู่บริเวณที่พักเท้าฝั่งผู้โดยสารด้านหลัง ใกล้กับศพผู้หญิง รวมทั้งแกลลอนทินเนอร์ ยาเบื่อหนู มีดคัตเตอร์ และมีดสปาต้า ปลายมีดมีรอยคราบเลือด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ชายคือ นายวสุภัทร ธิยะนา อายุ 35 ปี ชาวอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนฝ่ายหญิง คือ นางสาวเบญจพร ผดุงการงาน อายุ 24 ปี ชาวตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ จากการชันสูตรเบื้องต้น ศพนายวสุภัทร ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย แต่ศพของนางสาวเบญจพร มีร่องรอยถูกแทงที่บริเวณคอ และหน้าอก จนเป็นรู

จากการตรวจสอบภายในห้องพักชั้น 3 ของหอพักแห่งหนึ่งที่ทั้งสองคนเช่าพักอยู่ ใกล้กับจุดที่พบศพ ภายในห้องไม่พบร่องรอยการต่อสู้ แต่บริเวณกระจกที่โต๊ะเครื่องแป้ง มีข้อความเขียนด้วยลิปสติกสีแดง ว่า “ฆ่าเพราะรัก เพราะรักจึงต้องฆ่า จริงๆ เราสองคนทะเลาะกันบ่อยมาก แต่ไม่เคยจะรุนแรง มันเป็นเพราะอารมณ์ของแหม่มที่เมา และของผม……..วันนี้ไม่รู้เป็นเพราะอะไรเราทะเลาะกันแรง สุดท้ายแหม่มบอกให้ผมฆ่า จึงฆ่าให้ตายไปเลย” เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพ และเก็บหลักฐานภายในห้องเพื่อนำไปตรวจสอบ

ด้านผู้เช่าหอพักรายหนึ่ง บอกว่า ทั้งสองคนเป็นแฟนกัน และมาเช่าหอพักดังกล่าวอยู่ได้ประมาณ 5-6 เดือน ตลอดเวลาที่อยู่มักได้ยินเสียงทั้งสองคนทะเลาะกันบ่อยครั้ง และฝ่ายชายมักจะขังฝ่ายหญิงไว้ในห้องไม่ยอมให้ออกมา เมื่อวันเสาร์เห็นรถสีแดงคันนี้จอดอยู่เยื้องหอพัก และสตาร์ตเครื่องไว้ แต่เอาผ้าคลุมรถไว้ จึงไม่ได้สงสัยอะไร แต่ 2 วันก่อนเริ่มได้กลิ่นเหม็นโชยออกมา กระทั่งวันนี้ จึงแจ้งเจ้าของหอมาตรวจสอบ แต่ไม่สามารถเปิดประตูรถได้ จึงไปเรียกผู้ตายที่ห้อง เมื่อเคาะห้องไม่มีคนตอบรับ และห้องก็ไม่ได้ล็อก จึงกลับมาดูที่รถอีกครั้งก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าอย่างแรง คาดว่าจะมีคนเสียชีวิตในรถ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

ขณะที่ นางธันยารัตน์ วรรณบุปผา อายุ 47 ปี พี่สาวของนายวสุภัทร ซึ่งเดินทางมาดูศพ กล่าวว่า ติดต่อน้องชายตั้งแต่วันเสาร์ เพื่อให้น้องชายมาส่งน้ำ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ปกติน้องชายเป็นคนอารมณ์ร้อนและขี้หึง เพิ่งจะคบหาและอยู่กินกับฝ่ายหญิงได้ประมาณ 1 ปี โดยฝ่ายหญิงเคยมีสามีและลูกแล้ว 1 คน และเป็นคนหน้าตาดี ที่ผ่านมาทั้งคู่มักจะทะเลาะกันบ่อยครั้ง และทุกครั้งน้องชายมักจะโพสต์ข้อความระบายในเฟซบุ๊ก ว่า อยากฆ่าตัวตาย ตนเคยบอกให้เลิก เพราะถ้าคบต่อไปอาจเกิดปัญหา แต่น้องชายไม่ยอมเลิก แต่พากันย้ายมาอยู่ที่หอพักดังกล่าว จนสุดท้ายเกิดเหตุสลดขึ้น

ส่วน พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคาดว่าสาเหตุเพราะความหึงหวง โดยเหตุน่าจะเกิดช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา ฝ่ายชายเกิดทะเลาะกับฝ่ายหญิงในรถ ก่อนจะใช้มีดแทงฝ่ายหญิงเสียชีวิต จากนั้นจึงกลับขึ้นไปที่ห้องพักเขียนข้อความไว้ที่หน้ากระจก และนำผ้าห่มกับผ้าปูที่นอนมาห่อร่างฝ่ายหญิงไว้ แล้วตัวเองก็รมควันในรถเพื่อฆ่าตัวตายตาม โดยใช้ทินเนอร์ในการจุดไฟ ส่วนยาเบื่อหนู ต้องส่งศพไปผ่าชันสูตรอีกครั้งให้แน่ชัดว่า ฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงที่เป็นคนกินยาเบื่อหนูเข้าไป

หลังชันสูตรเบื้องต้น ได้มอบศพให้กู้ภัยนำส่งแผนกนิติเวช โรงพยาบาลมหาราช เพื่อผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนอีกครั้ง พร้อมประสานญาติของทั้งสองมารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

Comments

be the first to comment on this article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Take Me Top