12/05/2021

THAILAND DAILY

NEWSPAPER / MAGAZINE / PUBLISHER

คดีพริตตี้วาวา-ก๊วนปาร์ตี้มรณะยังอุบเรื่องยา-แฉในงานมีผู้ชาย-7-สาวเอนฯ-8

คดีพริตตี้วาวา ก๊วนปาร์ตี้มรณะยังอุบเรื่องยา แฉในงานมีผู้ชาย 7 สาวเอนฯ 8


เผยตำรวจสอบปากคำ “เก่ง ฤทธิ์เดช” ผู้ว่าจ้างพริตตี้สาว “วาวา” มาร่วมงานปาร์ตี้ จนช็อกดับ พบคำให้การเป็นประโยชน์ แต่ยังไม่มีใครยอมเปิดปากเรื่องยาเสพติด เตรียมแจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับผู้ที่มั่วสุมในงานปาร์ตี้

จากกรณี น.ส.วิชญาพร วิเศษสมบัติ หรือวาวา พริตตี้สาวที่เสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตและทางเดินหายใจล้มเหลว ใน รพ.เปาโลเกษตร ช่วงเช้าวันที่ 23 ก.พ. หลังรับงานเอนเตอร์เทนจากโมเดลลิ่ง ให้ไปดูแลลูกค้าชื่อนายเก่ง ที่บ้านพักย่านพหลโยธิน จนมีการนำหมายศาลเข้าค้นบ้านหรูในซอยเสนานิคม 1 เก็บพยานหลักฐานหาปมตายปริศนา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ก.พ. 2564 นายฤทธิ์เดช พรหมขุนทอง หรือเก่ง อายุ 47 ปี พร้อมทนายความ เดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยมี พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน ร่วมกันสอบปากคำใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง

พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า พนักงานสอบสวนสอบปากคำไปแล้ว เป็นพริตตี้ที่ร่วมงาน 3 คน โมเดลลิ่ง 1 คน ญาติผู้เสียชีวิต 2 คน และมีนายเก่งเป็นพยานล่าสุด คำให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทำให้ตำรวจพอจะทราบข้อเท็จจริงมากขึ้นตามลำดับในวันเกิดเหตุ สามารถแยกแยะตัวบุคคลได้ชัดเจนขึ้น ว่ามีใครบ้างที่อยู่ในงานปาร์ตี้ และแต่ละคนมีพฤติกรรมอย่างไร ทราบว่าในวันเกิดเหตุมีพริตตี้ถูกว่าจ้างมาร่วมงานจาก 2 โมเดลลิ่ง รวม 8 คน และผู้ชายร่วมงานปาร์ตี้ 7 คน พร้อมแฟนสาวอีก 3 คน รวมผู้ที่อยู่ในงาน 18 คน


พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า ทุกคนให้การสอดคล้องกันว่ากลุ่มผู้ชาย ซึ่งเป็นเพื่อนกันมานานกว่า 10 ปี ได้นัดรวมตัวบ้านหลังดังกล่าว บางคนนำแฟนสาวมาด้วย แต่นายฤทธิ์เดช ได้จ้างวานให้โมเดลลิ่งหาพริตตี้มาร่วมงานเพื่อชงเครื่องดื่ม 8 คน เริ่มสังสรรค์ตั้งแต่เวลาประมาณ 23.00 น. ถึงเวลาประมาณ 05.00 น. ของเช้าวันที่ 23 ก.พ. แต่ยังไม่มีผู้ใดเปิดเผยเรื่องยาเสพติด ส่วนผู้ที่ขับรถเก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า แอคคอร์ด สีเทา ทะเบียน 9กผ8662 กรุงเทพมหานคร ไปส่ง น.ส.วิชญาพร รพ.เปาโลเกษตร คือเจ้าของบ้านกับเพื่อนชายอีก 1 คน หลังจากนั้นนายฤทธิ์เดช ได้ตามไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล ทั้งนี้เจ้าของบ้านที่เดิมมีการประสานว่าจะเข้าให้ปากคำ ปรากฏว่าวันนี้ไม่มาพบพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ญาติผู้เสียชีวิตเกรงว่ากลุ่มผู้ชายจะเป็นคนมีสีจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอยืนยันว่าไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกฎหมาย

พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า ตอนนี้ทราบแล้วว่ามีใครอยู่ภายในงานบ้าง และสามารถติดต่อได้ทุกคน พนักงานสอบสวนจะทำการนัดมาสอบปากคำตามลำดับ ส่วนวัตถุพยานเส้นผมร่องรอยต่างๆ ยังต้องรอผล จากเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน รวมถึงเซิร์ฟเวอร์กล้องวงจรปิดที่ยึดได้ ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทางเทคนิคเป็นผู้ดำเนินการ แต่ข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ไม่ทราบว่าจะถูกลบหรือทำลายไปแล้วหรือไม่ และหากทำลายไปแล้วจะกู้ข้อมูลได้หรือไม่ เนื่องจากระยะเวลากว่าที่ตำรวจจะเข้าตรวจค้นได้ นับตั้งแต่เกิดเรื่องก็ผ่านมามากพอสมควร

พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า สำหรับแนวทางการดำเนินคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเตรียมเอาผิดฐานมั่วสุม ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ กับผู้ที่อยู่ในงานปาร์ตี้ดังกล่าวทั้งหมด และหากได้รับผลการตรวจทางนิติเวชแล้ว ก็จะนำมาประกอบการสืบสวน เพื่อหาว่าใครมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เสียชีวิตจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในภายหลัง รวมถึงประเด็นเรื่องยาเสพติด ตามที่มีพยานให้การว่ามีการใช้ยาเสพติดในงานปาร์ตี้ ที่ต้องสืบสวนระบุตัวว่ามีใครเป็นคนนำเข้ายาเสพติดดังกล่าวต่อไป

พ.ต.อ.นำเกียรติ กล่าวว่า ตำรวจจะทำงานอย่างเต็มที่ เพราะคดีนี้คล้ายกับคดีการเสียชีวิตของพริตตี้สาวลัลลาเบล ที่ประชาชนให้ความสนใจ ทั้งนี้ก็ต้องรอผลการตรวจหาสารต่างๆ จากร่างผู้ตายว่ามีสิ่งแปลกปลอมหรือไม่ ทั้งสารกระตุ้นทางเพศ สารเสพติด ร่องรอยการถูกละเมิดทางเพศ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรที่จะต้องพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ พร้อมกันนี้จะต้องตามตัวพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำให้หมด เพื่อให้สำนวนครอบคลุมรอบคอบมากที่สุดเพื่อให้ญาติผู้เสียชีวิตคลายความสงสัยได้อย่างสบายใจ

ต่อมาเวลา 17.40 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนำตัวนายฤทธิ์เดช ออกจากห้องประชุมหลังจากสอบปากคำนานเกือบ 9 ชั่วโมง โดยพยายามหลบหลีกผู้สื่อข่าวออกด้านหลังไปขึ้นรถกระบะออกจากพื้นที่ สน.พหลโยธิน ซึ่งนายเก่งได้กล่าวสั้นๆ ว่า “ผมแค่มาให้การ ไม่ทราบเรื่องการใช้ยาเสพติดภายในงาน”

จากการสอบถาม พ.ต.อ.ประสพโชค เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเก่ง ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาประกอบสำนวนคดี ส่วนไปที่ไหนต้องรอเจ้าหน้าที่ทำงานแล้วเสร็จก่อน ทั้งนี้เป็นความร่วมมือของพยานที่ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนหาข้อมูลแล้วอยู่ที่ดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนว่าจะปล่อยตัว หรือขอความร่วมมือสอบปากคำเพิ่มเติมก็เป็นได้ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหากับบุคคลใด เนื่องจากการสอบปากคำพยานปากยังไม่แล้วเสร็จ รวมถึงพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร

Comments

be the first to comment on this article

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Take Me Top